tuktik's profileLove is the source of sh...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 06

    เปิดเทอม

    ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว
    ยังไม่อยากให้เปิดเลย
    ยังไม่ได้กลัยย้านที
    เพิ่งฝึกงานเสร์จตอนสิ้นเดิอน
    น่าเบื่อจิง
    แต่ละวิขาหินทั้งนั้น
    จะรอดมั้ยเนี้ย
    May 13

    ฝิกงาน

    ตอนนี้ฝิกงานอยู่ เหนื่อยจริงๆ ฝึกงานสอบบัญชีเนี้ย
    ทั้งที่มหาลัยให้ฝึกถึงวันที 9 พ.ค. แต่เราต้องฝึกถึงสิ้นเดือน
    พอฝึกงานเสร็จก็ไม่ได้กลับบ้านเเหละ
    เพราะมหาลัยเปิดวันที่ 4 มิ.ย.
    แต่เอาเถอะคิดซะว่าแลกกับความรู้
    จะไม่เหนื่อยใจแรง
    อิจฉาเพื่อนที่ฝึกงานเสร็จแล้วได้กลับบ้านจัง
    March 08

    กลับบ้าน

    กลับบ้านมากหลายว้นแล้ว
    แต่เพิ่งมาอัพ
    กลับมาพักใจก่อน
    แล้วเตรียมตัวมาฝึกงาน
    ไม่รู้เป็นไงบ้างฝึกงานน่ะ
    ช่วงนี้ดวงซวย
    ทั้งล้มรถ แต่ไม่เจ็บตัวเท่าไร
    อีกวันโดนแก้วบาด
    อีกวันโดนมีดบาด
    เซ็ง ต่อไปไม่รู้โดนอะไรอีก
    January 16

    …เจ้าชายขี้เหงากับเจ้าหญิงอ่อนไหว...

    เนิ่นนานมาแล้ว
    ...มีเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหวผู้ซึ่งอาศัย อยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้อยู่หนึ่งคน
    เธอมีดวงตาที่อ่อนไหว นัยน์ตาอ่อนโยนคู่นั้นมีแววของความโศกเศร้าอยู่เบื้องลึกที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เธออาศัยอยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้นั้นเพียงลำพังจนกระทั่ง

    มีเจ้าชายแห่งความเหงา เดินทางมาพบภูเขาลูกนี้โดยบังเอิญ สีสันของดอกไม้หลายๆดอก ทำให้เจ้าชายหยุดอยู่ที่นี่ ราวกับถูกมนต์สะกด เจ้าชายมองเห็นเจ้าหญิง ผ่านดอกไม้กลีบใสๆ ทันทีที่พบกับเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เจ้าชายรู้สึกรักเธอตั้งแต่แรกพบหากแต่เจ้าหญิง มิได้รู้สึกเฉกเช่นเดียวกับเจ้าชาย เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นใครเหตุใดจึงมาพบภูเขาแห่งนี้ได้ และด้วยสายตาคู่นั้นยิ่งทำให้เจ้าหญิงไม่คิดจะไว้ใจชายคนนี้เลย เจ้าชายแห่งความเหงาตะโกนบอกเจ้าหญิงว่า
    เราจะไม่มาทำความรู้จักกันหน่อยหรือ เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหวเมื่อได้ยิน
    คำดังกล่าวจึงเดินตามเสียงตะโกนนั้นไป

    หลังจากที่ได้รู้จักกันแล้วเจ้าชายแห่งความเหงาตัดสินใจได้ทันทีว่า เขาพร้อมที่จะหยุดการเดินทางที่ภูเขาแห่งนี้ การสนทนาของคนทั้งคู่ทำให้พวกเขาผูกพันกันมากขึ้น


    เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เริ่มมีใจให้กับเจ้าชาย จนกระทั่งเธอลืมดูแลดอกไม้ทั้งมวล ดอกไม้บนภูเขา พากันล้มตาย เจ้าหญิงเอาใจใส่ เพียงแค่เจ้าชายคนรัก

    เจ้าชายแห่งความเหงา เริ่มเฉยชากับเจ้าหญิง เมื่อหล่อนไม่คิดจะทำอะไรนอกเสียจาก การได้พูดคุย หรือการได้รักตน เจ้าชายแห่งความเหงา จึงรู้สึกได้ถึงความอึดอัด ความเหงาได้แผ่ซ่านขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง ...

    เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหวรู้เพียงแต่ว่า ผู้ชายคนนี้คือคนที่พร้อมจะดูแลเธอ พูดคุยกับเธอ และอยู่กับเธอบนภูเขาแห่งนี้ คนสองคน ใจสองใจ เป็นความต่างที่ไม่ลงตัว ความรักของเจ้าชายที่เคยเต็มเปี่ยมในใจ วันนี้เหลือเพียงแค่ความรำคาญอึดอัดใจ ความรักของเจ้าหญิงที่ไม่เคยมีในใจ วันนี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก

    เจ้าชายแห่งความเหงาเฉยชา กับ เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ไม่มีการพูดคุยไม่มีการมองตา ไม่มีการจับมือเหมือนเคย เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว แอบร้องไห้เพียงลำพัง ทางด้านหนึ่งของภูเขา เจ้าชายยืนอยู่อีกด้านหนึ่งเช่นกัน
    ความเงียบ ความแห้งแล้ง เดียวดาย สายลมร้อน ได้พัดผ่านภูเขาลูกนี้ราวกับจะกลั่นแกล้งเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ให้ชาชินกับความรู้สึกเดียวดาย

    วันนี้ เจ้าชายแห่งความเหงาตัดสินใจ เดินทางจากไป ไม่มีแม้คำอำลา
    เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ไม่พบแม้ใครบนภูเขาแห่งนี้
    เธอร่ำไห้อย่างน่าอาดูร น้ำตาของเธอไหลรินมากมายเหลือเกินจนทำให้มวลดอกไม้ที่ล้มตาย ฟื้นกลับคืนมายืนต้นอีกครั้ง
    หล่อนจึงดำเนินชีวิตอย่างเคยทำเหมือนไม่เคยมีใครเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหล่อน แต่ความเศร้าก็พร้อมที่จะทำร้ายหล่อนได้เสมอ เมื่อคิดถึงหรือนึกถึงเจ้าชายแห่งความเหงา เธอ
    พึมพำกับมวลดอกไม้เบาๆว่า "ความรักของฉันอยู่ไหน"

    เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ยังคงคิดถึงเจ้าชายแห่งความเหงาอยู่เสมอ
    หากเธอก็ไม่โทษว่าเขาผิด เฝ้าโทษตัวเองว่า เหตุใดเราจึงไม่รักเขาอย่างพอเหมาะเขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายขี้เหงาคนหนึ่งที่วันนึงเขาผ่านเข้ามา ทำให้เราได้รู้จักรัก ได้รักให้เป็น เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชาย ผู้ชายไม่รักผู้หญิงเอาแต่ใจเฉกเช่นหล่อนนักหรอก
    การเฝ้าปลอบใจตัวเองของเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว คือบทเรียนของความรักเพียงอยากให้ผู้หญิงทุกคนรู้ว่า ผู้ชายก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ขี้เหงา มีเพียงความเหงาในหัวใจความรักของเขาไม่เคยจีรัง อย่าไปให้หัวใจของเราทั้งหมดแก่เขาเพราะเขาอาจดูแลได้ไม่ดีเท่าเราดูแล

    จงดำเนินชีวิตอย่างปกติอยู่ร่วมกับความรักด้วยความพอดี อย่าลืมดูแลดอกไม้ของเราด้วย

    ดอกไม้ในเรื่องนี้ฉันนิยามมันให้เป็นตัวตนของผู้หญิงทุกคน จงมีความสุขกับความรัก และพร้อมที่จะยอมรับความจริงว่า เขาพร้อมที่จะจากเราไปทุกเมื่อ

    จงเป็นปกติรักด้วยความพอเหมาะ รักให้เป็น ใครเคยกล่าวไว้ว่า
    การเริ่มต้นรักของผู้ชายมากมายนักด้วยรัก การเริ่มต้นรักของผู้หญิงน้อยค่านัก หากเมื่อเวลาผ่านไป ค่าของความรักในใจก็เปลี่ยนไป รักของผู้หญิงมากขึ้น แต่กลับกันรักของเธอมันไม่เหลือเลย คงเป็นเพราะผู้หญิงอ่อนไหว และผู้ชายขี้เหงา

    การเริ่มต้นและการสิ้นสุดของความรักนั้นจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันก็แค่ผู้หญิงอ่อนไหวเธอก็แค่ผู้ชายขี้เหงา...
    ความ รัก แค่ ลม ร้อน วูบ หนึ่ง ที่ ผ่าน มา ทำ ให้ ใจ อ่อน ไหว อบอุ่น
    บาง คราว มัน ก็ กรีด หัว ใจ เรา ให้ ด้าน ชา และ แห้งผาก

    เมื่อเวลาล่วงเลยเนิ่นนานผ่านไป เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหวรู้สึกตัวว่าความแห้งผากของพื้นดินที่ร้างลาการได้รับน้ำ และการดูแลจากเจ้าหญิงนั้นช่างดูน่าเศร้ายิ่งนัก ดังผืนดินนั้นร้องไห้ดอกไม้ที่เคยเผยอชูช่อสลอนก็ไร้ซึ่งวี่แวว
    เพราะแม้เพียงกอหญ้าก็มิอาจเติบโต ขึ้นมาได้ เจ้าหญิงเดินสำรวจบ่อน้ำมีน้ำเต็มอยู่ มองเห็นองค์เองอย่างบังเอิญ จึงได้เกิดความคิดว่าคงปล่อยให้เหล่าดอกไม้พวกนั้นหายไปไม่ได้ ช่างคิดถึงดอกไม้พวกนี้เหลือเกิน
    เจ้าหญิงเกือบลืมวิธีดูแลดอกไม้ไปซะแล้ว โอ…. จะปลูกดอกอะไรก่อนดี
    จะปลูกตรงนั้น ตรงโน้น และตรงนี้….

    เมื่อวันวานผ่านพ้น…เจ้าชายแห่งความเหงา ยังคงเดินทางต่อไปและต่อไป
    ผ่านเมืองนึงสู่เมืองนึง เพลิดเพลินกับสิ่งแปลกตา ผู้คนเปลี่ยนไป
    สีสันของเมืองแต่ละเมืองช่างน่าหลงใหล
    แต่นั้นเป็นเพียงชั่วครู่และไม่สิ้นสุด เวลาผ่านไปเมืองต่างๆ ทำไมช่างเหมือนกัน และที่สำคัญความเหงาไม่เคยหายไปเลยสักครั้งบางครั้งมันเหงา
    จนไม่สามารถบรรยายได้ เจ้าชายตอบไม่ได้ว่าทำอย่างไรเจ้าชายจึงหายเหงา….

    แล้ววันนึงในป่าใหญ่เจ้าม้าคู่ชีพ ได้บังเอิญพบรักกับ ม้าสาวแสนสง่า
    ขนตางอน เจ้าม้านักเดินทางตัดสินใจขออยู่กับม้าสาว…
    เมื่อความเหงาถึงขีดสุดเจ้าชายนึกถึงใครบางคนที่ลางเลือนเหลือเกิน
    แต่รู้สึก ได้ถึงความชุ่มช่ำ อ่อนใส พายุพัดแรง ลมโบกโบย
    เจ้าชายพยายามดั้นด้นเดินทาง พายุพัดคราวนี้เป็นอุปสรรคในการเดินทางมากนักและปราศจากแล้วซึ่งม้าคู่ใจ
    แต่เจ้าชายเองก้อมิได้ทัดทานเจ้าม้าเพื่อนยากใดๆ

    เจ้าหญิงเบิกบานแข็งแกร่งขึ้น และบัดนี้อาณาเขตของภูเขาดอกไม้ได้แผ่ขยายเป็นหุบเขาดอกไม้ ผู้คนใดที่ต้องการเรียนรู้เรื่องดอกไม้สนใจพันธุ์ดอกไม้
    คนแรกที่พวกเค้านึกถึงคือเจ้าหญิงแห่งหุบเขาดอกไม้ผู้อ่อนหวาน
    เจ้าชายรอนแรมเดินทางมาถึงทางที่น่าจะคุ้นเคยแต่กลับแปลกใจว่า
    เหตุใดเส้นทาง นี้ช่างหอมหวน สบายใจ
    อยากเดินให้ถึงยอดหุบเขาเสียจริงใครกันเป็นเจ้าของดอกไม้พวกนี้…..ใครกัน?
    เมื่อใกล้ยอดเขา เหล่าผีเสื้อสีเหลือง ชมพู ฟ้า แดง บินมาทักทายเจ้าชาย
    ใบหน้าสุดเหงาของเจ้าชายไม่มีแววความเหงาอยู่แม้น้อยนิด
    ดวงตาเบิกกว้าง รอยยิ้มบ่งบอกความสบายใจ
    และแล้วเจ้าชายก็พบเจ้าหญิงองค์เดิมที่แม้เวลาผ่านไป
    ความอ่อนหวานยังคงเดิมแต่หากที่เพิ่มเติมคือ
    ความอบอุ่นและมั่นคง……

    นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.....
    เจ้าชายผู้หายเหงาและเจ้าหญิงแห่งหุบเขาดอกไม้ผู้อ่อนหวาน
    ก็ครองรักคู่กันอย่างมีความสุขทุกเช้า....
    .เจ้าชายจะเฝ้าติดตามเจ้าหญิงผู้เป็นที่รักไปยังสวนดอกไม้

    แต่....บางสิ่งบางอย่างกำลังเกิดขึ้น...
    เจ้าชายได้เรียนรู้วิธีดูแลและรักษาดอกไม้ด้วยตัวเอง
    เจ้าชายเฝ้าดูแลดอกไม้ที่ค่อยๆเติบโตจากเมล็ดเล็กๆๆ
    กลายเป็นต้นไม้น้อยๆๆๆ จวบคนค่อยๆๆ แย้มกลีบดอกสวยงามให้เชยชม เจ้าชายได้เรียนรู้ว่า ที่ผ่านมานั้น ความเหงาที่เคยต้องทุกข์ทรมานอยู่ตลอดมาเป็นเพราะเจ้าชายเองมัวแต่ยึดติดอยู่กับความคิดความต้องการของตัวเอง
    เกิดจากความคาดหวัง ต้องการให้มีคนดูแล เฝ้าคอยเอาใจใส่
    และโดยการคิดว่า โลกนั้นมีเพียงแค่เจ้าชายและคนรัก
    แต่ความคิดอย่างนั้น....กลับผิดไปถนัดซะนี่ ดูซิ....ดูดอกไม้เหล่านี้
    แทนที่...ตอนนี้จะมีแค่เจ้าชายและเจ้าหญิง
    แต่เค้าทั้งสองกลับมีสวนดอกไม้สวยงาม
    มีคนชื่นชมและแวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆๆๆ

    ถ้าจะเปรียบกับชีวิตจริงของคนเรา.... ความรักนอกจากจะเป็นแค่เราสองแล้ว สิ่งที่อยู่รอบข้าง เป็นสิ่งที่คนสองคนควรจะร่วมกันสร้างขึ้นมา
    จะเป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ของคนสองคนให้แน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนฝูง สังคม การงาน หรือบ้านหลังเล็กๆๆ
    ทั้งการได้ให้ความรัก และการได้รับความรักจะทำให้ความรักยืนยาว....
    "ไม่วิ่งหนี...แต่ไม่วิ่งตาม ไม่หักห้าม...แต่ไม่กระโจนใส่"

    ควรแบ่งช่องว่างให้กับคนรักบ้าง....ชีวิตทุกชีวิตต่างมีอิสรเสรี
    การพูดจาปรับความเข้าใจกันของคนสองคนเป็นสิ่งสำคัญ
    ไม่มีใครทำอะไรให้อีกฝ่ายได้พอใจทั้งหมด แต่การยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น...
    และช่วยกันคิดหาทางออกเมื่อมีปัญหา..
    นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่จะยึดคนสองคนไว้ด้วยกัน ตราบนานเท่านานและแล้ว...
    .เมื่อโลกของคนสองคนเปิดกว้างสู่มุมมองความรักแบบใหม่

    เมื่อนั้น....ความเหงาที่เกิดจากการยึดติดแต่ความต้องการของตนเอง...
    ก็จะหมด ไป และเมื่อนั้นเอง....ที่เจ้าชายก็จะหายเหงา

    /////...เก็บมาฝากทุกคนที่กำลังมีความรัก...///////
     
    December 26

    ตกใจ

    เมื่อไม่กี่วันมานี้
    มีงูเลื้อยเข้ามาในหอเรา
    งูจงอางเสียด้วย
    น่ากลัวจัง
    เมื่อก่อนก้อมีงูเห่า
    ไม่รู้มาจากไหน
    ถ้าเกิดกัดใครเข้า
    คนนั้นคงซวย
    November 16

    เซ็ง

    ตอนนี้อยู่ที่มหาลัย
    ก้อดีกว่าเทอมที่แล้วนิดนึง
    ไม่เบื่อเท่าไหร่
    ตอนนี้เกรดออกแล้ว
    ก้อเป้นไปตามเป้าเกือบทุกวิชา
    ยกเว้นอยู่วิชาหนึ่ง
    ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ ซีบวก
    โครตๆๆๆๆๆๆเซ็งเลย
    แทนที่จะได้เกรดสามเยอะๆ
    กลับได้สามนิดเดียว
    เพราะวิชานี้เเหละฉุด
    เซ็งเลย
     
     
    October 14

    ได้กลับบ้านหายอยาก

    ตอนนี้อยู่ที่บ้านแล้ว
    มีความสุขมากเลย
    อยากกลับมานานแล้ว
    คิดคนที่บ้านทุกคนเลย
    เราจาให้ความสำคัญกับคนที่บ้านมากที่สุด
    เพราะเราคิดว่าคนบ้านจริงใจกับเราที่สุดแล้ว
    ทำไมถึงเพิ่งคิดได้น่ะ
    September 25

    คุณแคร์สายตาคนอื่นมากไปหรือเปล่า

    ฉันเชื่อว่า . . . หลายคน คงเคยเสียเพื่อนสนิทไป

    เพียงเพราะ . . . เขาเป็นเพื่อนต่างเพศ
    เพียงเพราะ . . . เราถูกมองว่าเป็นแฟนกัน
    เพียงเพราะ . . . เราไม่เคยคุยกันให้ชัดเจน
    ทำให้เราวางตัวไม่ถูก . . . จนมองหน้ากันไม่ติด
    และในที่สุด . . . ก็กลายเป็นคนไม่รู้จักกัน
    เมื่อก่อนฉันเองก็เป็นแบบนี้

    ฉันเสียเพื่อนที่ดี . . . เพื่อนที่เข้าใจกัน
    เพื่อนที่รู้ใจกัน . . . ไปมากมาย
    เพียงเพราะ . . . แคร์กับสิ่งที่คนรอบข้างพูดเท่านั้น
    เมื่อไม่นานมานี้ . . .

    ฉันเจอเพื่อนคนใหม่ . . . ในตัวเขามีทุกอย่างที่ฉันไม่มี
    และบางอย่างที่ฉันมี . . . เขาก็ไม่มีเช่นกัน
    เราไปเที่ยวกัน 2 คน . . .
    ไปกินข้าวด้วยกัน เพจหากัน . . . ด้วยความห่วงใยที่มี
    ด้วยเวลาไม่กี่วัน . . . เราก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
    แต่ในสายตาของคนรอบข้าง . . . ไม่ใช่แค่นั้น

    เหตุการณ์และปัญหาเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้ง
    ฉันบอกกับตัวเองว่า . . .
    “ฉันชินแล้ว . . . ถ้าจะต้องเสียเพื่อนไปอีกคน”
    เขาเองก็เคยเสียเพื่อนสนิทไป มากมายเหมือนกับฉัน

    เพียงเพราะ . . . ถูกล้อว่าเป็นแฟนกัน
    เพื่อนผู้หญิงคนนั้นจึง . . . ไม่ยอมคุยกับเขา
    ฉันเองก็นึกไว้แต่แรกแล้วว่า . . .
    ในที่สุด . . . ก็ต้องเป็นแบบเดิม
    แต่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว . .
    .
    นับตั้งแต่วันที่ฉันรู้จักกับเพื่อนใหม่คนนั้น
    วันนี้ . . . เรายังไปเที่ยวกัน 2 คนเหมือนเดิม
    วันนี้ . . . เราเดินด้วยกัน
    วันนี้ . . . เรายังไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ

    วันนี้ . . . เราถูกมองว่าเป็นแฟนกัน
    และหลายๆ คนรอบข้างฉันบอกว่า . . . เขาชอบฉัน
    แต่ . . . ฉันไม่แคร์ ฉันไม่สนใจอีกแล้ว
    รู้ไหม . . . ว่าทำไมเราไม่เลิกคบกัน

    รู้ไหม . . . ว่าทำไมเรายังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่
    รู้ไหม . . . ว่าทำไมเราไม่สนใจกับสังคมรอบข้าง
    เหตุผลทั้งหมดนั้นเพราะ . . . เราตัดสินใจว่า . . .

    เราจะไม่ยอม . . . เสียเพื่อนคนไหนไปอีก
    เราจะไม่ยอม . . . ให้เหตุผลที่ไร้สาระ มาทำลายความผูกพันนี้
    เราจะไม่ยอม . . . ทำตามกระแสของคนรอบข้าง เท่านั้นเอง
    ฉันเสียเพื่อนมามาก . . . มากเกินกว่าจะยอมเสียได้อีก

    เพราะฉะนั้น . . . ตอนนี้แม้ว่าความผูกพันที่เรามี
    จะถูกเรียกว่าอะไรก็ตาม ฉันไม่สนใจอีกแล้ว . . .
    ตอนนี้ . . . ฉันมีความสุข ฉันพอใจกับสิ่งที่เป็น

    ฉันหวังว่า . . . ใครสักคน
    ที่เจอปัญหานี้ . . . จะโชคดีแบบฉัน
    และไม่ต้องเสียเพื่อนไป เพียงเพื่อเหตุผลที่ไร้สาระแบบนั้นอีก . .
    แหล่งที่มา: บอร์ดรวมเรื่องน่าอ่าน
    August 30

    สัมผัสของหัวใจ เพลงประกอบละครเจ้ากรรมนายเวร

    ฉันรู้ตัวดี ฉันคงได้เพียงแค่เก็บมันไว้
    ไม่มีหวังได้พูดอะไรกับเธอ
    กับความรักลึกซึ้งในใจ นับวันมันยิ่งล้นเอ่อ
    เธอไม่เคยจะรู้เลยใข่ไหม

    ทั้งที่แววตา ฉันเคยพูดคำต่างๆ ไปแล้ว
    บอกเธอแล้วฉันรักเธอมากแค่ไหน
    สบตาฉันแค่เสียวนาที แค่เธอมองลึกลงไป

    เธอก็คงได้เห็นทุกๆอย่าง

    * เก็บคำว่ารักเอาไว้ โดยไม่มีทางออก
    บอกด้วยสายตากี่ครั้งเธอก็ยังมองผ่าน
    จะมีทางเหลือบ้างไหม ทำให้เธอสัมผัสรักจากฉัน
    รอเวลาสักวันให้เธอรู้

    ** ถ้าฉันพอมีหนทาง ขอเธอสักอย่างเท่านั้น
    ให้มองฉันด้วยหัวใจเธอสักครั้ง
    หากความหวังของฉันยังมี
    ฉันพร้อมยอมแลกทุกอย่าง
    เพียงให้เธอได้รู้ความในใจ


    เพียงให้เธอได้รู้ความในใจ

    soul mate

    เค้าพูดถึง soul mate
    เอาไว้ว่า.... "soul mate"
    จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก
    หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือเป็น
    1.ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน
    2.ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆมีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
    3.เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย"soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว มีถึง 3แบบด้วยกัน

    แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Matesคือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคนเป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ไม่คิดตังค์
    ไม่ล่อลวงไปข่มขืนหรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้งหรือเพียงครั้งเดียวแต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต
    เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด…แรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธออย่างงี้หละ!
     
    แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
    คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว
    พอชาตินี้มาเจอกัน!อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก คล้ายๆ พวกที่1แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่าแบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต
    คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะพอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลกก็รู้สึกอยู่ลึกๆว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร
    จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาดคอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจเพื่อนตายก็ว่าได้เลย
     
    แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul  mates
    แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยากจะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียวเป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้วเป็นจิตวิญญาณของกันและกันพอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากันดั่งเหมือนมีมนต์จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆทันทีว่านี่คือคู่ของเรา
    ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนจะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้นเป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกันหรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้จะเป็นความรู้สึกที่แปลก
    คุณจะรู้สึกได้( สำหรับคนที่เจอแล้วนะว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครแตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ
     
    ป.ล.
    แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ soul mateที่เกิดแต่ชาติปางก่อนนะจะห้ามมั่วนิ่มพวกที่เอะอะปิ๊ง เห็นเค้าน่ารักดี ก็บอกว่าใช่ รู้สึกดีๆกับเค้าเพราะเหมือนคนที่เรารู้จัก คนที่เรารักหรือเป็นตัวแทนของใครเพราะได้ใกล้ชิดกัน กลายเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดในชาตินี้สงสาร(เธอจัง…มาจีบอยู่หลายปี )soul mate ที่จะพบกัน
    ไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน
    ขอแค่คุณให้ความรักกับคนรอบตัวคุณ คุณก็จะพบกับ soul mate
    ที่อยู่ในชาตินี้แล้วหละ
    ความผูกพันธ์อยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะสร้างมันขึ้นมายังไง**

    คุณเจอเค้าหรือยัง? หาให้เจอนะ.. soul mate

    9 วิธีเอาผู้ชายให้อยู่หมัด

    ผู้หญิงสวยหลายคนมักจะทะนงตัวเอง

    ว่าจะใช้ความสวยสยบทุกสิ่งได้ ช้าก่อน! นับจากนี้เป็นต้นไป ความมีเสน่ห์ต่างหากที่จะตราตรึงหัวใจของชายหนุ่มที่คุณหมายปองไม่ให้ดิ้นหลุด แถมยั่งยืนยาวนานกว่าความสวยเป็นไหน ๆ ซึ่งการรู้จักบริหารเสน่ห์นั้นก็คือ การใช้จริตให้ถูกลักษณะนั่นเอง และในที่นี้มันคือเรื่องเดียวกัน
    ปิ๊งหนุ่มคนไหนยิ้มให้ก่อนเลย

    เป็นเคล็ดลับเด็ด ๆ แต่ง่ายแสนง่าย การส่งยิ้มให้เขาก่อนจะเป็นการเปิดประตูเข้าหาเขาอย่างงดงามไม่เสียฟอร์มแต่อย่างใด การส่งยิ้มเป็นการส่งไมตรีอันดีใคร ๆ ก็ต้องรับไว้ทั้งนั้นแหละ การยิ้มคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ แต่อย่ามากจนอีกฝ่ายอ่านใจออกแล้วเผ่นแนบไปก่อนล่ะ จงยิ้มให้กับคนที่คุณคิดว่า “ปิ๊ง” และ “ตรงใจ” จริง ๆ การยิ้มไม่ควรยิ้มแค่ครั้งเดียวแล้วเลิกไปยิ้มครั้งที่สองของคุณจะทำให้หนุ่มที่กำลังลังเล เกิดความมั่นใจ และพร้อมที่จะเดินเข้ามาหาคุณเลยล่ะ
    เรียกร้องความสนใจให้เป็น

    เพราะสายตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้นสาว ๆ อย่างเราต้องใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ แอบมองโดยที่เขารู้ว่าเราแอบมอง แต่ไม่ถึงกับจ้องเหมือนจะกลืนกิน เมื่อเขามองกลับมาให้หลบสายตาทำทีเป็นอายผู้หญิงต้องมีจริต รู้จักเอียงอายไว้บ้าง แต่ไม่ต้องถึงกับอายตัวม้วนเหมือนแยมโรลสอดไส้ก็ได้ มันจะเกินพิกัดความพอดี และหากมีโอกาสได้พูดคุยด้วยแล้ว ให้คุณร่าเริงใส่เข้าไว้ เขินได้ แต่ต้องควบคุมไม่ให้รั่วออกไปลองหาเรื่องคุยที่อยู่ในความสนใจของเขา อันนี้คุณต้องเป็นคนช่างสังเกตว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร รู้จักสังเกตเงียบ ๆ (อย่าให้เขาจับได้ว่าคุณกำลังเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขา) เกี่ยวกับการกินอยู่ การแต่งตัว สิ่งที่เขาอยากพูดคุย ความสบายใจ และความสุขของเขาอยู่ตรงไหนหมั่นจดจำและปฎิบัติให้ถูกต้อง

    ทำตัวลึกลับในบางเรื่อง

    แม้คุณจะร่าเริงอารมณ์ดีสักแค่ไหน ในบางครั้งก็ควรมีบุคลิกเงียบขรึมบ้าง ทำตัวเองให้ลึกลับน่าค้นหาหน่อย เขาจะได้อยากเข้าไปค้นหาคุณ ทำแค่ให้เขาอยาก แล้วคุณก็แอบเปิดเผยเฉพาะเขาคนเดียว บางทีผู้ชายก็แอบความท้าทายเหมือนกัน เขาภูมิใจมากถ้าเขาแอบรู้ความลับของคุณเพียงคนเดียว ผู้หญิงบางคนมักมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าควรจะเปิดเผยตัวตันให้ผู้ชายได้รู้จัก แต่อย่าลืมสิว่าหากคุณไม่มีอะไรในตัวให้รู้สึกว่าน่าค้นหาแล้วล่ะก็ ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาสนใจ จำเอาไว้ว่าเมื่อเขาได้ใจเราง่าย เขาก็จะตีจากเราไปได้ง่าย ๆ เช่นกัน
    หัดเป็นผู้ฟังและผู้ปลอบโยนที่ดี

    เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินมาถึงขั้นหนึ่งแล้วถึงเวลาที่คุณต้องแสดงความจริงใจออกมาให้เขาได้เห็นด้วยการรับฟังเรื่องราวของเขา ให้เขารู้สึกว่าคุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาคนหนึ่ง และเขาได้รู้จักใครสักคนที่คอยเป็นเพื่อนคลายเหงา คอยปลอบโยนเรายามท้อแท้ เป็นวิธีการเอาชนะใจเขาที่แยบคายและมีแต่ผลดี ผู้ชายส่วนมากมักต้องการแฟนในแบบที่เป็นเพื่อน มากกว่าแฟนที่ทำตัวเหมือนแม่ เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาทุกข์ใจ มีปัญหา คุณไม่ต้องเข้าไปแก้ปัญหา หรือต้องให้เขาเล่ารายละเอียดอะไรมากมายหรอก แค่เดินเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กุมมือให้เขาอุ้นใจว่ามีเราอยู่เคียงข้าง ผู้ชายร้อยทั้งร้อยแทบจะสยบให้คุณเลยล่ะ
    เดทครั้งแรก

    การสร้างความประทับใจเป็นเรื่องสำคัญ คุณผู้หญิงทั้งหลายควรทำตัวให้พิเศษกว่าทุกวัน เช่นอาจจะสวยกว่าวันธรรมดา ดึงดูดสายตาเขาไว้ให้ได้ แต่อย่าเว่อร์มากนัก แสดงกิริยาอาการเยี่ยงปกติทุกวัน ดูแลเอาใจใส่ ถือโอกาสเดทเรียนรู้เขาให้มากขึ้นในแง่มุมอื่น ๆ วางตัวให้เป็น อย่าแสดงออกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มันเร็วเกินไปในเดทแรก สงวนท่าทีไว้สักนิด ไว้ให้เขาค้นหาในเดทครั้งต่อไป
    เก็บรายละเอียด

    ควรใส่ใจเรื่องเล็กน้อย เป็นเสน่ห์ของหญิงสาว สามารถจดจำเรื่องราวดี ๆ ของเขาไว้ได้ อย่างวันเกิดหรือวันสำคัญของเขา แล้วให้ความสำคัญกับมันประหนึ่งว่าเป็นของคุณเอง นอกจากคุณจะดูแลตัวเองแล้ว คุณต้องดูแลเขาให้เหมือนที่คุณดูแลตัวเองด้วย
    รักษาโลกส่วนตัวของคุณไว้

    ถ้าคุณกับเขาเพิ่งเริ่มคบกันไม่นาน อย่าให้เขารู้ว่า คุณหมกมุ่นกับเขามากเกินไป ชีวิตคุณเคยเป็นมารอย่างไร ก็ทำไปอย่างเดิม สงวนพื้นที่ของคุณไว้ไม่ให้เขาเข้ามารุกล้ำได้ เขาจะรู้สึกว่าคุณเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาและท้าทายกับเขามากเหลือเกิน ตอนนี้คือการพลิกเกมจากที่คุณชอบเขาก่อน ให้เขาเป็นฝ่ายตามเกมคุณบ้าง
    ตระหนักถึงคุณค่าในตัวเอง

    ข้อนี้สำคัญมากจริง ๆ ชายหนุ่มจะรู้สึกดีกับหญิงสาวที่รักและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะคุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าคุณไม่รักตัวเองเสียก่อน
    หนทางสู่การมีเซ็กซ์

    ผู้หญิงคนไหนที่คิดจะถวายตัวเพื่อมัดใจชายล่ะก็หญิงสาวคนนั้นคิดผิด ! เซ็กซ์ที่สมบูรณ์แบบต้องเกิดจาก ความรักของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การมีเซ็กซ์เพื่อเอาชนะสัญชาตญาณผู้ชายนั้น เมื่อได้สิ่งใดมาง่าย ๆ สิ่ง ๆ นั้นจะไร้คุณค่า เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้เซ็กซ์ให้เกิดคุณค่า และรู้ว่าเมื่อไรที่จะลดคุณค่ามันลงมาอย่างไม่มีชิ้นดี
    แหล่งที่มา: บอร์ดรวมเรื่องน่าอ่าน
    August 23

    รักเทอ

     

    รักกัน..ห้กัยัก็ยัรักกัน


    สัพัธ์ใช่ว่ามักิขึ้นง่มื่


    ฉัรักเธอต่ห้ลืท่า..ก็ทำม่ได้มันฝืนตัวไม่


    จานี้ฉันควรจทำช่ไรเมื่ทำยังก็ยังตัใจไม่ได้


    รัก..ยังมัก็คือรักฉันเรู้จัคำนี้ในวัที่มัสาเกินไป..


    ยิ่งหนีหัใจตัวค่..ยิ่งราห่ากันซัท่าไร


    ...ได้ยิเสีหัวใจยิ่ย้ำว่ายังรักเธอ...


    August 22

    การกลับมาอีกครั้ง

    กลับมาครั้งนี้รู้สึกเบื่อกว่าตอนก่อนกลับอีก
    ไม่รุ้ทำไม่รู้สึกอย่างนี้
    เรียนไม่ทันมั้ง
    หายไปนาน
    ทำการบ้านไม่ทัน
    ไม่มีเวลาไปเต้นแอร์เลย
    อยากไปมาก
    แต่ไปไม่ได้เลยเบื่อมาก
    ไม่รุ้จะเขียนไร
    แต่อยากบอกว่า
    รักเพื่อนทุกคนมาก
    อยากให้รู้น่ะ
    ไม่รุ้ทุกคนเป็นไงบ้าง
    ตอนนี้
    ไม่ค่อยได้ติดต่อใครเลย
     
    August 12

    บ้านที่พักใจที่แสนวิเศษ

    ตอนนี้อยู่ที่บ้าน มีความสุขมาก
    ไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือนแล้ว
    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าบ้าน
    เป็นที่เดียวที่สามารถพักผ่อนใจ
    ได้ดีที่สุด ในชีวิต
    ที่นี้อบอุ่น
    และสามารถสัมผัสได้เสมอ
    ถึงความห่วงใย
    ที่มีให้กัน
    แม้ไม่ต้องแสดงออกมามากมายก็รับรู้ได้
    คิดแล้วใจหาย
    เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
    อีปีกว่า เราก็จะเรียนจบ
    มีงานทำเป็นของตัวเอง
    คงมีเวลากลับบ้านได้น้อยลง
    แต่แม่เราสามารถฝากให้เราทำงานกับ แบงค์ในจังหวัดได้
    จะได้อยู่บบ้านกับแม่
    แต่ไม่รู้ทำไมเราไม่อยากรับโอกาสนั้นเลย ทั้งที่บางทีอาจมีคนมากมายที่อยากได้โอกาสนี้
    เราคิดว่ามันไม่ก้าวหน้า
    ไม่ได้เรียนรู้รสชาติของชีวิต
    ไม่ได้ต่อสู้ดิ้นรน ถึงเวลานั้นมาถึงเราอาจต้องเลือกระหว่างบ้านกับประสบการณ์ที่รอเราอยู่
    แต่ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้เลย
    ว่าจะเลือกอย่างไหนดี
    August 09

    สอบเสร็จ

    สอบเสร็จสักที
    ดีใจจัง
    ได้ดูละครที่อยากดูสักที
    ก่อนสอบได้คุยกับเพื่อนด้วย
    เพี่อนเรายังไม่รู้เลยว่าเราปลี่ยนชื่อเเล้ว
    เราเปลี่ยนจาก นิภารัตน์ เป็นอภิชญาแล้ว
    เพราะอะไรน่ะเหรอ
    อาจมีคนบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเปลี่ยน
    เหตุผลเพราะเราอยากเป็นคนใหม่ไง
    คนเก่าที่มีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อนเราไม่อยากเป็น
    มันเจ็บมาก เวลาที่โดนเพื่อนหักหลัง
    ใส่ร้าย นินทาสาระพัดทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย
    ทำไมต้องทำแบบนี้กับเราด้วย มันไม่ดีเลย
    เพื่อนบางคนที่พลอยเข้าใจเราผิดทั้งทีเราไม่ได้เราไม่ได้ ทำอะไรเค้าเลย
    ทำไมเค้าไม่มาถามเราว่ามันจริงรึเปล่า
    ทุกคนตัดสินใจเชื่อทั้งที่ไม่ถามเราเลย
    รู้จักเรามาตั้งหลายปี
    ไม่น่าเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อเพี่ยงไม่กี่คำของคนปากเน่าคนหนึ่งที่ไม่หวังดีกับเรา
    ดีน่ะที่เรายังมีเพื่อนแท้ที่เชื่อเรา คอยถามว่าจริงมั้ย
    ไม่งั้นเราคงคิดว่าชีวิตไม่เหลือใครเลยจริงๆ
    ทุกวันนี้เราก้อยังคบกับเพื่อนพวกนั้นอยู่เหมือนเดิม ไม่มีวันเลิกคบหรอก ไม่เด็ดขาด
    เหตุการณ์ที่ผ่านมาตอนนั้นมันสอนให้เราเข้มแข็ง
    ถึงแม้ว่ามันจะเลวร้าย แต่มันกลับทำให้เราเจอมิตรแท้ ที่ไม่ว่ายังไงเค้าก้อเชื่อว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่คนปากเน่าคนนั้นพูดเลย
    July 18

    นอนดึก

    จะสอบอีกแล้วเครียดจัง

    นอนดึกทุกคืนเลย

    เหนื่อย

    แถมยังต้องเรียนชดตอนเช้าอีก

    ไม่มีเวลาทามสวย

    แย่จัง

    เมื่อไรจาสอบสักที

    เรียนกับทิพวรรณ

    เครียดโครต

    อะไรก้อไม่รู้

    เบื่อ

    ไม่อยากเรียนเลย

    เซ็งมาก

    อยากโดด

    แต่ก้อโดดไม่ได้

    July 13

    ห่วงใย

     

    ขอบคุณนะสำหรับความรักความห่วงใย


    ขอบคุณนะสำหรับใจที่ยังมีให้กัน


    ขอบคุณนะสำหรับความผูกพัน


    และยินดีที่เธอยังนึกถึงกันอยู่เสมอ


    แต่ถึงแม้ฉันเคยรักเธอมากแค่ไหน


    แต่หัวใจกลับไปรักเธอไม่ได้แล้วตอนนี้


    ไม่ได้มีใครอีกคนมาแทนที่


    แต่ฉันคนนี้ขอเก็บความห่วงใยไว้ในใจเท่านั้นพอ


    มันก็แค่อดีตที่เราเคยร่วมฝัน


    และฉันก็เคยทุ่มเทกับมันเต็มที่


    เคยทุ่มเทด้วยหัวใจที่รักและหวังดี


    มาเสียดายตอนนี้มันสายไป


    ขอโทษจริง ๆ ถ้าทำเธอให้ผิดหวัง


    แต่ฉันเหนื่อยกับการสร้างฝันลำพังเต็มที่


    แต่ยังรักเธอเสมอและยังคงหวังดี


    แต่คงให้เธอเป็นได้แค่นี้แค่คนในอดีตที่ห่วงใย

    กาลเวลา

     

    กาลเวลาที่ว่าไม่เคยหยุดรอใคร


    มันก็ใช่ถ้าหากใครจะคิดแบบนั้น


    แต่สำหรับบางคนเวลาที่พ้นผ่านไปวันๆ


    มันก็หยุดอยู่แค่ "รัก" คำนั้นคำเดียว


     


    ถึงแม้เวลาที่.......ผ่านพ้น


    อาจทำให้ใครหลายคนลืมบางสิ่งได้


    แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่ลบเลือนจากหัวใจ


    คือความรักที่แม้จะผ่านไปนานแค่ไหน...ก็ไม่ลืม

    ออกกำลังกาย

    ช่วงนี้จะออกกำลังกายเป็นจริงเป็นจัง
    หลังจากที่ห่างหายมานาน
    ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย
    นอนขี้เกียจอยู่ที่หอ
    จนรุ้สึกว่าตอนนี้
    ร่างกายอ่อนแอ
    เหนื่อยใจ
    ช่วงนี้
    ทำไร
    รูสึกว่าผิดไปหมดทุกอย่าง
    ไม่พอใจคนอื่น
    อยู่เรื่อยเลย
    อึดอัด
    เหมือนกันน่ะเนี้ย
    หรีอว่าคิดมากไปเอง
    บ้าแล้วมั้ง
    แต่คงยังหรอก
    ยังคุยรู้เรื่องอยู่
    ตลก
    อยากมีใครสักคน
    ใครก้อได้
    ที่คุยกันทุกเรื่อง
    แล้วเข้าใจ
    มีมั้นเนี้ย
    หายากน่ะ
    July 07

    คิดถึง

    คิดถึง

    คำๆเดียวที่ฟังดูเรียบง่าย

    แต่แฝงความหมายไว้ลึกซึ้ง

    คำๆนี้อาจทำให้เราเศร้าได้มีความสุขได้

    อยู่ที่ว่าเราใช้คำๆนี้ถึงใคร

    หากเราใช้กับคนที่คิดว่า

    ชีวิตเราไม่มีทางเจอเค้าได้อีก

    เราก็เศร้ามาก เหงามาก เปล่าเปลี่ยว วังเวงใจ

    ทั้งที่เราก็อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

    แต่มันก็รู้สึกเหงาอยู่ดี

    เหมือนเราตอนนี้ไง

    ที่ไม่รู้ทำไม?

    ถึงเลิกคิดถึงเธอคนนั้นไม่ได้

    ทั้งที่ใครบางคน คนนั้น คนที่เราเฝ้าคิดถึง

    อาจไม่มีแม้แต่เวลาที่จะมาคิดถึงเราเลยก็ได้

    เราไม่ได้คุยกับเค้านานเท่าไรแล้วน่า

    4 หรือ 5 ปีกันแน่

    เราไม่แน่ใจ

    บ่อยครั้งที่เราคิดว่า เราลืมเค้าได้แล้วหมดใจ

    แต่ทุกครั้งที่เรารู้สึกเหงา

    เรากลับรู้ว่าที่จริงแล้ว

    เราไม่มีทางลืมเค้าได้เลย

    ที่ผ่านมาเราหลอกตัวเอง

    ตลอดมา

    นี้อาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้

    ตอนนี้เราไม่อาจมีใครได้จริงสักที

    ทั้งที่ผ่านมาเราพยายามจะลืม

    เรื่องทั้งหมดระหว่างเรากับเธอ

    อาจเป็นเพราะมันเป็นรักครั้งแรกมั้ง

    ถึงทำให้เราลืมเธอยากนัก

    แต่สำหรับเธอการลืมเรา

    มันคงไม่ยากสักเท่าไรหรอกจริงมั้ย

    เธอคงไม่มีโอกาสได้อ่านข้อความนี้หรอก

    แต่เราก็อยากเขียน

    เพื่อระบายความรู้สึกในใจออกมาบ้าง